<!-- Markdown copy of https://www.blogkub.com/learn/toc -->
<!-- title: วิธีทำสารบัญอัตโนมัติ (Table of Contents) ใน Blogger 2026 — คู่มือละเอียดทีละขั้น -->
<!-- lang: th -->

# วิธีทำสารบัญอัตโนมัติ (Table of Contents) ในธีม Blogger — คู่มือละเอียดทีละขั้น

สารบัญที่คลิกกระโดดได้คือหนึ่งในองค์ประกอบที่ยกระดับบทความยาวให้เป็นมืออาชีพทันที บทความนี้จะสอนวิธีเพิ่มสารบัญที่สร้างจากหัวข้อ H2/H3 โดยอัตโนมัติในธีม Blogger ด้วย BlogKub ตั้งแต่ต้นจนอัปโหลดใช้งานจริง พร้อมเหตุผลด้าน SEO และการแก้ปัญหาที่พบบ่อย

*อัปเดต 14 กรกฎาคม 2026 · อ่านประมาณ 9 นาที · ระดับ: เริ่มต้น*

> **สรุปสั้น:** เพิ่มบล็อก **สารบัญ (TOC)** ใน BlogKub (หลายเทมเพลตติดตั้งให้อยู่แล้ว) ตั้งชื่อหัวข้อ ความลึก (H2 หรือ H2+H3) และการใส่เลขลำดับ แล้ว Export XML ไปอัปโหลด Blogger จากนั้นเขียนบทความโดยจัดหัวข้อเป็น H2/H3 สารบัญจะถูกสร้างและอัปเดตอัตโนมัติ ช่วยเพิ่มเวลาอยู่บนหน้า และเปิดโอกาสได้ jump-links บนผลค้นหา Google

![สารบัญอัตโนมัติในบทความ Blogger สร้างจากหัวข้อ H2 และ H3 พร้อมลิงก์กระโดดไปแต่ละหัวข้อ](https://www.blogkub.com/learn/images/toc.png)

*สารบัญที่ BlogKub สร้างจากหัวข้อ H2/H3 อัตโนมัติ — คลิกแต่ละรายการเพื่อกระโดดไปยังหัวข้อนั้น*

## สารบัญคืออะไร และทำไมบทความยาวถึงต้องมี

**สารบัญ (Table of Contents หรือ TOC) คือกล่องรายการหัวข้อที่วางไว้ต้นบทความ โดยแต่ละรายการเป็นลิงก์ที่คลิกแล้วกระโดดไปยังหัวข้อนั้นได้ทันที** สำหรับบทความที่ยาวเกินหนึ่งหน้าจอ สารบัญเปลี่ยนประสบการณ์การอ่านจาก “เลื่อนหาไปเรื่อย ๆ” เป็น “เห็นภาพรวมแล้วเลือกอ่านตรงที่ต้องการ” ทันที

ในเชิงจิตวิทยาผู้อ่าน สารบัญทำหน้าที่เหมือนแผนที่ เมื่อคนเห็นว่าบทความครอบคลุมหัวข้อที่เขากำลังมองหา เขาจะมั่นใจว่ามาถูกที่และอยู่อ่านต่อ แทนที่จะกดปิดภายในไม่กี่วินาที นี่คือเหตุผลที่เว็บคุณภาพระดับสากล เช่น สารานุกรมออนไลน์และคู่มือเทคนิค แทบทุกแห่งใช้สารบัญกับเนื้อหายาว

ปัญหาคือ Blogger ไม่มีสารบัญให้มาในตัว และวิธีทำแบบเดิมต้องแทรกโค้ด JavaScript ยาว ๆ ลงในทุกโพสต์ ซึ่งยุ่งยากและพังง่าย BlogKub แก้ปัญหานี้ด้วยการฝังระบบสารบัญไว้ในธีมระดับ template หนึ่งครั้ง แล้วทุกบทความจะได้สารบัญอัตโนมัติโดยที่คุณไม่ต้องแตะโค้ดในโพสต์เลย

## สารบัญช่วยเรื่อง SEO อย่างไร

สารบัญไม่ได้ช่วยแค่ผู้อ่าน แต่ส่งสัญญาณเชิงบวกหลายอย่างต่อเครื่องมือค้นหา:

- **เพิ่มเวลาอยู่บนหน้า (dwell time):** เมื่อคนหาหัวข้อที่ต้องการเจอเร็ว เขาอยู่นานขึ้นและมีแนวโน้มอ่านหลายส่วน ลดอัตราการกดกลับ (bounce) ซึ่งเป็นสัญญาณคุณภาพทางอ้อม
- **โอกาสได้ jump-to links บนผลค้นหา:** Google มักดึงลิงก์จุดยึด (anchor) จากสารบัญไปแสดงเป็นลิงก์ย่อยใต้ผลค้นหา ทำให้ผู้ใช้กระโดดเข้าหัวข้อที่ต้องการได้ตรง เพิ่มพื้นที่และอัตราคลิก
- **บังคับโครงสร้างหัวข้อให้ชัด:** เพราะสารบัญสร้างจาก H2/H3 การจะได้สารบัญสวยคุณต้องจัดลำดับหัวข้ออย่างมีเหตุผล ซึ่งพอดีกับสิ่งที่ Google ใช้ทำความเข้าใจโครงเรื่อง และช่วย AI สรุปเนื้อหาได้ตรงจุด
- **สนับสนุน AEO/GEO:** โครงสร้างหัวข้อชัดเจนทำให้ Answer Engine และ AI Overviews หยิบหัวข้อไปตอบคำถามผู้ใช้ได้ง่ายขึ้น

## วิธีเพิ่มสารบัญใน BlogKub ทีละขั้น

1. **เปิด BlogKub และเลือกเทมเพลต** เทมเพลตหลายตัวติดตั้งบล็อกสารบัญให้อัตโนมัติตั้งแต่แรก ตรวจในโครงสร้างหน้าว่ามีบล็อก “สารบัญ (TOC)” อยู่แล้วหรือไม่
2. **เพิ่มบล็อกสารบัญ (ถ้ายังไม่มี)** เปิดคลังด้านซ้าย หมวด “บทความ & UX” แล้วลากบล็อก “สารบัญ (TOC)” เข้ามา ระบบจะวางไว้ในตำแหน่งที่ถูกต้อง (ต้นบทความ) ให้อัตโนมัติ
3. **ตั้งค่าสารบัญ** คลิกที่บล็อกเพื่อเปิดแผงคุณสมบัติ แล้วปรับ: ชื่อหัวข้อสารบัญ (เช่น “สารบัญ” หรือ “ในบทความนี้”), ความลึก (H2 อย่างเดียว หรือ H2 + H3) และเปิด/ปิดเลขลำดับหน้าแต่ละรายการ
4. **Export XML และอัปโหลดเข้า Blogger** กดปุ่ม Export แล้วนำไฟล์ XML ไปที่ blogger.com → ธีม → เมนูสามจุด → กู้คืน/สำรอง → เลือกไฟล์
5. **เขียนบทความด้วยหัวข้อ H2/H3** ในตัวแก้ไขโพสต์ จัดหัวข้อหลักเป็น “หัวเรื่อง (Heading 2)” และหัวข้อย่อยเป็น “หัวเรื่องย่อย (Heading 3)” เท่านี้สารบัญจะถูกสร้างและจัดลำดับให้เองทุกครั้งที่เผยแพร่

ระบบสารบัญของ BlogKub ถูกวางไว้ใน includable ของโพสต์โดยตรง จึงปรากฏเหนือเนื้อหาเสมอไม่ว่าคุณจะจัดลำดับบล็อกอย่างไร และทำงานเฉพาะบนหน้าบทความ (ไม่รกหน้าแรก)

## ตัวเลือกการตั้งค่าและความหมาย

| ตัวเลือก | ความหมาย | คำแนะนำ |
| --- | --- | --- |
| ชื่อหัวข้อสารบัญ | ข้อความหัวกล่องสารบัญ | ใช้คำที่ผู้อ่านคุ้น เช่น “สารบัญ” หรือ “ในบทความนี้” |
| ความลึก (maxDepth) | แสดง H2 อย่างเดียว หรือ H2 + H3 | บทความสั้นใช้ H2 พอ บทความยาวหลายหัวข้อย่อยเลือก H2+H3 |
| ใส่เลขลำดับ | เติมเลข 1, 2, 3 หน้ารายการ | เปิดไว้เพื่อความชัดเจนของลำดับเนื้อหา |

## เขียนบทความอย่างไรให้สารบัญออกมาสวย

สารบัญที่ดีเริ่มจากโครงเรื่องที่ดี ลองยึดหลักเหล่านี้เวลาเขียนโพสต์:

- **ใช้ H2 กับหัวข้อหลัก และ H3 กับหัวข้อย่อยเท่านั้น** อย่าใช้ตัวหนา (bold) แทนหัวข้อ เพราะสารบัญและ Google จะไม่รู้จักว่าเป็นหัวข้อ
- **ตั้งชื่อหัวข้อให้สื่อความและมีคีย์เวิร์ด** หัวข้อที่ดีคือหัวข้อที่ถ้าอ่านเรียงกันในสารบัญแล้วเข้าใจโครงเรื่องทั้งบทความ
- **อย่าให้หัวข้อสั้นหรือกำกวมเกินไป** เช่น “ข้อ 1” ไม่มีประโยชน์ ควรเป็น “ขั้นที่ 1: เลือกเทมเพลต” เป็นต้น
- **รักษาลำดับชั้นให้ถูก** อย่ากระโดดจาก H2 ไป H4 โดยข้าม H3 เพราะทำให้สารบัญและโครงสร้างเอกสารเพี้ยน

## ปัญหาที่พบบ่อยและวิธีแก้

### สารบัญว่างเปล่า / ไม่ขึ้น

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือบทความไม่มีหัวข้อ H2/H3 เพราะสารบัญสร้างจากหัวข้อเหล่านี้ ให้เปิดตัวแก้ไขโพสต์แล้วเปลี่ยนข้อความหัวข้อจาก “ปกติ (Normal)” เป็น “หัวเรื่อง (Heading 2)” หรือ “หัวเรื่องย่อย (Heading 3)” จากนั้นบันทึกและดูหน้าจริงอีกครั้ง

### สารบัญแสดงหัวข้อที่ไม่ต้องการ

บางครั้งเทมเพลตหรือวิดเจ็ตอื่นสร้าง H2/H3 ที่ไม่เกี่ยวข้อง ให้ตรวจว่าคุณไม่ได้ใช้ระดับหัวข้อเดียวกันกับองค์ประกอบ UI และปรับความลึกของสารบัญเป็น H2 อย่างเดียวเพื่อให้กระชับ

### คลิกแล้วไม่กระโดด / กระโดดเลยหัวข้อ

มักเกิดเมื่อมี header แบบติดด้านบน (sticky) บังหัวข้อ ระบบของ BlogKub เผื่อระยะ scroll ให้แล้ว แต่ถ้าคุณปรับความสูง header เองมาก ให้ทดสอบและลดความสูง sticky ลงเล็กน้อย

## แนวทางปฏิบัติที่ดี (Best Practices)

- ใช้สารบัญกับบทความที่ยาวเกินประมาณ 800–1,000 คำ หรือมีตั้งแต่ 3 หัวข้อขึ้นไป บทความสั้นมากไม่จำเป็น
- วางสารบัญไว้ต้นบทความ (BlogKub ทำให้อัตโนมัติ) เพื่อให้ผู้อ่านเห็นทันทีก่อนตัดสินใจอ่านต่อ
- จับคู่สารบัญกับฟีเจอร์ [ลิงก์หัวข้อ (Anchor)](https://www.blogkub.com/learn/anchorlink) เพื่อให้ผู้อ่านคัดลอกลิงก์ตรงไปยังหัวข้อแล้วแชร์ได้
- เขียนหัวข้อในรูปคำถามหรือประโยคที่คนค้นหาจริง จะช่วยทั้งสารบัญและโอกาสติด AI Overviews

## สารบัญกับ AEO/GEO: ทำให้ AI หยิบหัวข้อไปตอบ

ยุคที่คนถามคำถามกับ Google AI Overviews, ChatGPT Search และ Perplexity มากขึ้น โครงสร้างหัวข้อที่ชัดเจนกลายเป็นทรัพย์สินสำคัญ เพราะระบบ AI เหล่านี้ “อ่าน” บทความโดยพึ่งลำดับชั้นหัวข้อเพื่อเข้าใจว่าเนื้อหาแต่ละส่วนตอบคำถามอะไร เมื่อบทความของคุณมี H2/H3 ที่ตั้งชื่อดีและสารบัญที่สะท้อนโครงเรื่อง โอกาสที่ AI จะดึงหัวข้อใดหัวข้อหนึ่งไปตอบผู้ใช้และอ้างอิงกลับมาที่เว็บคุณก็สูงขึ้น

เคล็ดลับคือเขียนหัวข้อในรูปแบบที่ตรงกับสิ่งที่คนถามจริง เช่น แทนที่จะตั้งหัวข้อว่า “การติดตั้ง” ให้ตั้งว่า “วิธีติดตั้งทีละขั้น” หรือแทน “ข้อดี” เป็น “สารบัญช่วยเรื่อง SEO อย่างไร” หัวข้อรูปคำถามหรือรูปวิธีทำ (how-to) เป็นแม่เหล็กดึงดูดทั้งสารบัญที่อ่านรู้เรื่องและการถูกหยิบไปตอบใน AI Overviews ยิ่งถ้าจับคู่กับ[กล่องสรุป AEO](https://www.blogkub.com/learn/aeo)ที่ต้นบทความ เนื้อหาของคุณก็ยิ่งพร้อมสำหรับการค้นหายุคใหม่

## เปรียบเทียบ: สารบัญอัตโนมัติ vs พิมพ์เอง vs ปลั๊กอิน

ก่อนหน้านี้เจ้าของบล็อก Blogger มีทางเลือกไม่กี่ทางในการทำสารบัญ และแต่ละทางมีข้อเสียชัดเจน การเข้าใจความต่างช่วยให้เห็นว่าทำไมวิธีอัตโนมัติจึงคุ้มที่สุด

- **พิมพ์สารบัญเอง:** คุมรูปแบบได้เต็มที่ แต่ต้องพิมพ์ลิงก์และจุดยึดเองทุกบทความ พอแก้หัวข้อทีก็ต้องกลับมาแก้สารบัญด้วย เสียเวลาและพลาดง่าย ยิ่งบทความเยอะยิ่งเป็นภาระ
- **วางโค้ด JavaScript รายโพสต์:** ได้สารบัญอัตโนมัติก็จริง แต่ต้องแปะสคริปต์ในทุกโพสต์ ถ้าลืมแปะหรือวางผิดตำแหน่งก็พัง และโค้ดที่กระจายอยู่ในเนื้อหาทำให้จัดการยากในระยะยาว
- **สารบัญระดับธีมของ BlogKub:** ตั้งค่าครั้งเดียวในธีม แล้วได้ผลกับทุกบทความตลอดไป ไม่ต้องแตะโพสต์ ไม่มีโค้ดรกในเนื้อหา อัปเดตตามหัวข้ออัตโนมัติ และวางตำแหน่งถูกต้องเสมอ นี่คือแนวทางที่ดูแลง่ายและสม่ำเสมอที่สุด

พูดง่าย ๆ คือ วิธีอัตโนมัติระดับธีมย้ายภาระจาก “ทุกบทความ” มาอยู่ที่ “ครั้งเดียวตอนตั้งค่าธีม” ซึ่งเหมาะกับคนที่ตั้งใจเขียนบล็อกระยะยาวและมีบทความสะสมจำนวนมาก

## สรุป

สารบัญอัตโนมัติเป็นการปรับปรุงที่ให้ผลตอบแทนสูงเมื่อเทียบกับความพยายาม เพราะติดตั้งครั้งเดียวในธีมแล้วได้ผลกับทุกบทความตลอดไป มันยกระดับประสบการณ์ผู้อ่าน ลดการกดออก และเปิดโอกาสได้พื้นที่พิเศษบนผลค้นหา สิ่งที่คุณต้องทำมีเพียงเพิ่มบล็อกสารบัญใน BlogKub ตั้งค่าให้เหมาะกับความยาวเนื้อหา แล้วเขียนบทความโดยจัดหัวข้อ H2/H3 อย่างมีวินัย เท่านี้เว็บ Blogger ของคุณก็จะดูเป็นมืออาชีพขึ้นทันที

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

**สารบัญใน BlogKub สร้างเองอัตโนมัติหรือต้องพิมพ์เอง?**

สร้างอัตโนมัติจากหัวข้อ H2 และ H3 ในบทความ คุณไม่ต้องพิมพ์รายการเอง เมื่อเพิ่มหรือแก้หัวข้อ สารบัญจะอัปเดตตามทันที

**สารบัญคลิกแล้วกระโดดไปยังหัวข้อได้ไหม?**

ได้ แต่ละรายการในสารบัญเป็นลิงก์จุดยึด (anchor) เมื่อคลิกจะเลื่อนไปยังหัวข้อนั้นอย่างนุ่มนวล และยังช่วยให้ Google แสดง sitelinks ของหัวข้อย่อยในผลค้นหาได้

**ปรับให้สารบัญแสดงเฉพาะ H2 ได้ไหม?**

ได้ ในการตั้งค่าบล็อกสารบัญ เลือกความลึกเป็น H2 อย่างเดียว หรือ H2 + H3 ตามต้องการ เพื่อให้สารบัญกระชับหรือละเอียดตามเนื้อหา

**สารบัญมีผลต่อ SEO อย่างไร?**

สารบัญช่วยเพิ่มเวลาอยู่บนหน้า ลดการกดออก และเปิดโอกาสให้ Google แสดง ‘jump to’ links กับ sitelinks ของหัวข้อในผลค้นหา อีกทั้งบังคับให้โครงสร้างหัวข้อชัดเจนซึ่งดีต่อการเก็บข้อมูล

**ทำไมสารบัญของฉันว่างเปล่า?**

เพราะบทความยังไม่มีหัวข้อ H2/H3 สารบัญสร้างจากหัวข้อเหล่านี้ ให้จัดหัวข้อในโพสต์เป็น ‘หัวเรื่อง (H2)’ หรือ ‘หัวเรื่องย่อย (H3)’ ในตัวแก้ไขของ Blogger แล้วสารบัญจะปรากฏ

---

*บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของ [คู่มือฟีเจอร์ BlogKub](https://www.blogkub.com/learn/) · คู่มือทีละฟีเจอร์ พร้อมวิธีตั้งค่า ตัวเลือก และปัญหาที่พบบ่อย*

> เขียนโดย
>
> ภัทร์พิศาล ดาทอง · เบน
>
> ผู้ก่อตั้ง BlogKub และบล็อกเกอร์สาย Blogger ที่อยากให้คนไทยมีบล็อกสวยได้เองโดยไม่ต้องเขียนโค้ด รวบรวมประสบการณ์ทำธีมและ SEO บน Blogger มาเรียบเรียงเป็นคู่มือชุดนี้
>
> [Facebook](https://www.facebook.com/patpisan)[Pantip · LuMoo](https://pantip.com/profile/2448725)
