🧪 BETA เว็บไซต์อยู่ในช่วงพัฒนาและทดสอบ · ฟีเจอร์อาจมีการเปลี่ยนแปลง

วิธีสร้างหน้าเพจใน Blogger และนำมาผูกกับเมนู

เมนูของบล็อกอย่างหน้าเกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา หรือนโยบายความเป็นส่วนตัว ไม่ได้ทำจากบทความ แต่ทำจากสิ่งที่ Blogger เรียกว่า หน้าเว็บ หรือ Pages บทความนี้อธิบายว่ามันต่างจากบทความยังไง สร้างยังไง เอา URL ไปผูกกับเมนูในธีมยังไง และมีหน้าไหนบ้างที่ควรทำตั้งแต่วันแรก

อัปเดต 26 กรกฎาคม 2026 · อ่านประมาณ 11 นาที · ระดับ: เริ่มต้น

สรุปสั้น: เข้า blogger.com → หน้าเว็บหน้าเว็บใหม่ เขียนเนื้อหาแล้วกดเผยแพร่ จากนั้น คัดลอก URL ของหน้านั้น ไปวางในเมนูประเภทหน้าเพจของ BlogKub แล้ว Export XML หน้าเพจไม่ขึ้นเมนูเองอัตโนมัติ ต้องผูกเองเสมอ หน้าที่ควรมีก่อนสมัคร AdSense คือ เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา และนโยบายความเป็นส่วนตัว
สำคัญมาก: ตั้งชื่อหน้าเป็นภาษาอังกฤษก่อน เช่น about แล้วค่อยเผยแพร่ จากนั้นจึงเปลี่ยนชื่อเป็นไทย เพราะ URL ถูกสร้างจากชื่อ ณ ตอนเผยแพร่ครั้งแรกและแก้ทีหลังไม่ได้

หน้าเพจต่างจากบทความยังไง

คนที่เพิ่งเริ่มใช้ Blogger มักสับสนระหว่างสองอย่างนี้ เพราะหน้าตาตอนเขียนเหมือนกันเกือบทั้งหมด แต่บทบาทต่างกันชัดเจน

  • บทความ (Posts) คือเนื้อหาที่ผูกกับเวลา มีวันที่กำกับ เรียงจากใหม่ไปเก่าบนหน้าแรก ใส่ป้ายกำกับได้ เข้าฟีด RSS และเป็นตัวหลักที่ดึงคนเข้าเว็บจากการค้นหา
  • หน้าเพจ (Pages) คือเนื้อหาที่อยู่นิ่ง ไม่ขึ้นหน้าแรก ไม่มีป้ายกำกับ ไม่เข้าฟีด และไม่เรียงตามเวลา เหมาะกับข้อมูลที่แทบไม่เปลี่ยน

วิธีตัดสินง่ายที่สุดคือถามตัวเองว่า เนื้อหานี้จะเก่าไหมเมื่อเวลาผ่านไป ถ้าเป็นรีวิว ข่าว หรือบทเรียนที่อาจมีภาคต่อ ให้เขียนเป็นบทความ แต่ถ้าเป็นข้อมูลที่คนมาหาเพื่อยืนยันว่าเว็บนี้มีตัวตนจริง เช่น คุณเป็นใคร ติดต่อได้ทางไหน เว็บเก็บข้อมูลอะไรบ้าง ให้ทำเป็นหน้าเพจ

ข้อจำกัดที่ควรรู้คือ Blogger สร้างหน้าเพจได้สูงสุด 20 หน้าต่อบล็อก ฟังดูน้อยแต่ในทางปฏิบัติเหลือเฟือ เพราะบล็อกส่วนใหญ่ใช้จริงไม่เกินห้าหกหน้า ถ้าคุณรู้สึกว่าใกล้เต็ม แปลว่าน่าจะมีบางหน้าที่ควรเป็นบทความมากกว่า

สร้างหน้าเพจทีละขั้น

  1. เปิดเมนูหน้าเว็บ เข้า blogger.com เลือกบล็อกที่ต้องการ แล้วกด หน้าเว็บ ในเมนูทางซ้าย อย่ากดบทความ
  2. สร้างหน้าใหม่ กดปุ่ม หน้าเว็บใหม่ จะได้หน้าเขียนที่หน้าตาเหมือนตอนเขียนบทความ ใส่ชื่อเป็นภาษาอังกฤษก่อน เช่น about แล้วค่อยใส่เนื้อหา (เหตุผลอยู่ในหัวข้อถัดไป อย่าข้ามนะครับ)
  3. เผยแพร่ กดปุ่มเผยแพร่ที่มุมขวาบน หน้านั้นจะมีสถานะเป็นเผยแพร่แล้วในรายการ
  4. เปลี่ยนชื่อเป็นภาษาไทยได้แล้ว กลับเข้าไปแก้ชื่อหน้าเป็นไทย เช่น เกี่ยวกับเรา แล้วอัปเดต URL จะไม่เปลี่ยนตาม
  5. คัดลอก URL เปิดหน้าที่เพิ่งสร้างในแท็บใหม่ แล้วคัดลอก URL จากแถบที่อยู่เก็บไว้

URL ของหน้าเพจใน Blogger จะมีรูปแบบประมาณ ชื่อบล็อกของคุณ/p/ชื่อหน้า.html สังเกตว่ามี /p/ คั่นอยู่ ซึ่งต่างจากบทความที่จะเป็น /2026/07/ชื่อบทความ.html ตรงนี้ใช้แยกได้ทันทีว่าคุณกำลังคัดลอก URL ของอะไรอยู่

ตั้งชื่อภาษาอังกฤษก่อน แล้วค่อยเปลี่ยนเป็นไทย

นี่คือจุดที่คนไทยพลาดกันมากที่สุด และพลาดแล้วแก้ไม่ได้ด้วย

Blogger สร้าง URL ของหน้าเพจจากชื่อหน้า ณ ตอนที่กดเผยแพร่ครั้งแรก โดยดึงเฉพาะตัวอักษรภาษาอังกฤษกับตัวเลขไปใช้ ทีนี้ถ้าคุณตั้งชื่อเป็นภาษาไทยล้วนอย่าง เกี่ยวกับเรา ตัวอักษรไทยทั้งหมดจะถูกตัดทิ้ง เหลือให้ระบบสร้าง URL ไม่ได้ มันก็จะตั้งชื่อสำรองให้เองเป็น

https://ชื่อบล็อกของคุณ.blogspot.com/p/blog-page.html

และถ้าคุณสร้างหน้าไทยอีกหลายหน้า มันจะกลายเป็น blog-page_1.html, blog-page_2.html ไล่ไปเรื่อย ๆ ซึ่งอ่านไม่รู้เรื่องว่าหน้าไหนเป็นหน้าไหน ทั้งสำหรับคุณเองตอนมาผูกเมนู และสำหรับ Google ที่ใช้คำใน URL เป็นสัญญาณหนึ่งในการทำความเข้าใจหน้าเว็บ

ที่แย่กว่านั้นคือ หน้าเพจไม่มีช่องกำหนด URL เองแบบบทความ ตอนเขียนบทความคุณจะเห็นตัวเลือก ลิงก์ถาวร ให้พิมพ์ URL เองได้ แต่ในหน้าเพจไม่มีตัวเลือกนี้ ชื่อหน้าจึงเป็นทางเดียวที่คุณควบคุม URL ได้

วิธีแก้ ทำตามนี้

  1. ตั้งชื่อเป็นภาษาอังกฤษก่อน ใส่คำสั้น ๆ ที่ตรงความหมาย เช่น about, contact, privacy
  2. กดเผยแพร่ ตอนนี้ URL ถูกล็อกเป็น https://ชื่อบล็อกของคุณ.blogspot.com/p/about.html เรียบร้อยแล้ว
  3. กลับเข้าไปแก้ชื่อเป็นภาษาไทย เปลี่ยนเป็น เกี่ยวกับเรา แล้วกดอัปเดต
  4. ตรวจว่า URL ไม่เปลี่ยน เปิดหน้านั้นดู จะเห็นว่ายังเป็น /p/about.html เหมือนเดิม แต่ชื่อที่ผู้อ่านเห็นเป็นภาษาไทยแล้ว

ผลลัพธ์คือได้ทั้งสองอย่าง URL อ่านออกเป็นภาษาอังกฤษ และหัวข้อที่แสดงบนหน้าเว็บกับบนเมนูเป็นภาษาไทย

ถ้าเผลอเผยแพร่ด้วยชื่อไทยไปแล้ว URL นั้นแก้ไม่ได้แล้ว ทางเดียวคือสร้างหน้าใหม่ด้วยชื่ออังกฤษ ย้ายเนื้อหาไปใส่ ลบหน้าเก่าทิ้ง แล้วอัปเดตลิงก์ในเมนู ยิ่งทำเร็วยิ่งดี เพราะถ้าทิ้งไว้จนมีคนลิงก์มาหรือ Google เก็บดัชนีไปแล้ว การลบทีหลังจะยุ่งกว่านี้

คำแนะนำในการเลือกคำภาษาอังกฤษ ใช้คำเดียวหรือสองคำคั่นด้วยขีดกลาง ตัวพิมพ์เล็กทั้งหมด เช่น about, contact, privacy-policy อย่าใช้ตัวเลขลอย ๆ อย่าง page1 เพราะกลับมาดูทีหลังจะจำไม่ได้ว่าหน้าไหน

นำ URL ไปผูกกับเมนูในธีม BlogKub

จุดที่คนติดมากที่สุดคือ หน้าเพจที่สร้างแล้วจะไม่โผล่ในเมนูเอง Blogger ไม่ได้เพิ่มให้อัตโนมัติ คุณต้องบอกธีมเองว่าเมนูช่องไหนชี้ไปหน้าไหน

ในตัวสร้างธีมของ BlogKub ให้ทำแบบนี้

  1. เปิดบล็อกเมนู แล้วเพิ่มรายการเมนูใหม่
  2. เลือกประเภทเป็น หน้าเพจ
  3. วาง URL ที่คัดลอกมาจาก Blogger ลงในช่อง
  4. ตั้งชื่อที่จะแสดงบนเมนู เช่น เกี่ยวกับเรา
  5. ติ๊กช่อง สร้างหน้าเพจใน Blogger แล้ว เพื่อบันทึกว่าหน้านี้พร้อมใช้งานจริงแล้ว
  6. กด Export XML แล้วอัปโหลดเข้า Blogger ที่ ธีม → เมนูสามจุด → กู้คืน

ช่องติ๊กในข้อห้ามีไว้เตือนตัวเอง เพราะความผิดพลาดที่พบบ่อยคือใส่ชื่อเมนูไว้ในธีมแล้ว แต่ลืมไปสร้างหน้าจริงใน Blogger ผลคือผู้อ่านกดเมนูแล้วเจอหน้าไม่พบ ซึ่งเสียความน่าเชื่อถือมากกว่าที่คิด

หน้าเพจที่บล็อกควรมีตั้งแต่แรก

ไม่ใช่ทุกหน้าที่จำเป็น แต่มีสามหน้าที่ควรทำก่อนเว็บเริ่มมีคนเข้า เพราะทั้งผู้อ่านและระบบตรวจของ AdSense มองหา

หน้าเกี่ยวกับเรา

บอกว่าคุณเป็นใคร ทำไมถึงเขียนเรื่องนี้ และผู้อ่านจะได้อะไรจากเว็บ ไม่ต้องยาว แต่ควรเป็นภาษาคนจริงและมีรายละเอียดที่คนอื่นลอกไม่ได้ เช่นประสบการณ์ที่คุณมีกับเรื่องที่เขียน หน้านี้เป็นหนึ่งในไม่กี่ที่ที่คุณพิสูจน์ได้ว่าเบื้องหลังเว็บมีคนจริง

หน้าติดต่อเรา

ให้อย่างน้อยหนึ่งช่องทางที่ติดต่อได้จริง จะเป็นอีเมล ฟอร์มติดต่อ หรือเพจโซเชียลก็ได้ ข้อควรระวังคือ อย่าใส่อีเมลส่วนตัวที่คุณใช้ทำธุรกรรมสำคัญ ควรแยกอีเมลสำหรับเว็บโดยเฉพาะ เพราะอีเมลที่วางไว้บนหน้าเว็บสาธารณะจะถูกบอตเก็บไปแน่นอน

หน้านโยบายความเป็นส่วนตัว

หน้านี้จำเป็นถ้าคิดจะสมัคร AdSense เพราะ AdSense กำหนดให้เว็บต้องแจ้งผู้ใช้เรื่องการใช้คุกกี้และการเก็บข้อมูลของผู้ให้บริการโฆษณา เนื้อหาควรครอบคลุมว่าเว็บเก็บข้อมูลอะไร ใช้ทำอะไร มีบุคคลที่สามเข้ามาเกี่ยวข้องไหม และผู้อ่านปฏิเสธได้อย่างไร

ถ้าเว็บของคุณมีลิงก์แบบได้ค่าคอมมิชชัน ควรระบุไว้ในหน้านี้หรือทำหน้าเปิดเผยข้อมูลแยกต่างหากด้วย เพราะเป็นสิ่งที่ทั้งผู้อ่านและแพลตฟอร์มโฆษณาคาดหวัง

หน้าอื่นที่มีประโยชน์แต่ไม่บังคับ

  • ข้อกำหนดการใช้งาน เหมาะกับเว็บที่มีคอมเมนต์หรือให้ผู้ใช้ส่งเนื้อหาเข้ามา
  • หน้ารวมบทความยอดนิยม ช่วยผู้อ่านใหม่หาจุดเริ่มต้น แต่ถ้าเว็บยังมีบทความน้อยยังไม่จำเป็น
  • หน้าคำถามที่พบบ่อย ลดคำถามซ้ำที่เข้ามาทางหน้าติดต่อ
  • หน้าเปิดเผยข้อมูลผู้สนับสนุน จำเป็นถ้ารับรีวิวแบบมีค่าตอบแทน

ข้อแนะนำคืออย่าเพิ่งทำครบทุกหน้าตั้งแต่วันแรก ทำสามหน้าหลักให้ดีก่อน แล้วค่อยเพิ่มเมื่อมีเหตุผลจริง เมนูที่มีหน้าว่างเปล่าหลายหน้าดูแย่กว่าเมนูสั้นที่ทุกหน้ามีเนื้อหาจริง

ปัญหาที่พบบ่อยและวิธีแก้

กดเมนูแล้วขึ้นหน้าไม่พบ

เกิดจากสองสาเหตุหลัก คือยังไม่ได้กดเผยแพร่หน้านั้น หรือ URL ที่วางในเมนูพิมพ์ผิด ให้เปิด URL นั้นในแท็บใหม่โดยตรงเพื่อตรวจก่อนว่าหน้าเปิดได้จริงไหม

สร้างหน้าแล้วแต่หาไม่เจอในรายการ

ตรวจว่ากดที่เมนู หน้าเว็บ ไม่ใช่ บทความ เพราะสองเมนูนี้แยกรายการกันคนละที่ ถ้าเผลอสร้างเป็นบทความ มันจะไปอยู่ในรายการบทความแทน

อยากเปลี่ยน URL ของหน้าที่เผยแพร่ไปแล้ว

ทำได้ก่อนเผยแพร่ครั้งแรกเท่านั้น หลังเผยแพร่แล้ว URL จะถูกล็อก ถ้าจำเป็นต้องเปลี่ยนจริงต้องสร้างหน้าใหม่แล้วอัปเดตลิงก์ในเมนู ซึ่งหมายความว่า ควรตั้งชื่อหน้าให้ดีตั้งแต่ครั้งแรก ดูวิธีตั้งชื่อที่ถูกต้องได้ที่หัวข้อการตั้งชื่อ

URL ของหน้ากลายเป็น blog-page.html

เกิดจากตั้งชื่อหน้าเป็นภาษาไทยล้วนตอนเผยแพร่ครั้งแรก ตัวอักษรไทยถูกตัดทิ้งจนไม่เหลืออะไรให้สร้าง URL ระบบเลยตั้งชื่อสำรองให้ แก้ย้อนหลังไม่ได้ ต้องสร้างหน้าใหม่ด้วยชื่อภาษาอังกฤษ ดูวิธีตั้งชื่อ

หน้าเพจขึ้นในหน้าแรกปนกับบทความ

ไม่ควรเกิดขึ้น เพราะหน้าเพจไม่เข้าหน้าแรกโดยธรรมชาติ ถ้าเจออาการนี้ให้ตรวจว่าคุณสร้างเป็นบทความโดยไม่ได้ตั้งใจหรือเปล่า

แนวทางปฏิบัติที่ดี

  • ตั้งชื่อหน้าให้สั้นและตรงไปตรงมา เพราะชื่อมีผลกับ URL ที่เปลี่ยนไม่ได้ภายหลัง
  • เขียนเนื้อหาจริงในทุกหน้า อย่าปล่อยหน้าเปล่าไว้เพื่อให้เมนูดูเยอะ
  • ใช้อีเมลแยกสำหรับหน้าติดต่อ ไม่ใช่อีเมลส่วนตัวหลัก
  • ตรวจทุกลิงก์ในเมนูหลัง Export ธีมใหม่ทุกครั้ง
  • ทบทวนหน้านโยบายความเป็นส่วนตัวเมื่อเพิ่มเครื่องมือใหม่บนเว็บ เช่น ระบบวิเคราะห์หรือโฆษณา

สรุป

หน้าเพจคือส่วนที่ทำให้บล็อกดูเป็นเว็บที่มีเจ้าของจริง ไม่ใช่แค่กองบทความ ขั้นตอนไม่ยาก คือสร้างที่เมนู หน้าเว็บ เผยแพร่ คัดลอก URL แล้วนำไปผูกกับเมนูในธีม สิ่งที่ต้องจำคือ หน้าเพจไม่ขึ้นเมนูเองอัตโนมัติ และ URL เปลี่ยนไม่ได้หลังเผยแพร่ เริ่มจากสามหน้าหลักคือเกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา และนโยบายความเป็นส่วนตัว แล้วค่อยเพิ่มทีหลังเมื่อมีเหตุผลจริง

อีกอย่างที่ควรทำคู่กันตั้งแต่ช่วงตั้งค่าเว็บใหม่คือตั้งไอคอนเว็บ เพราะทั้งสองอย่างนี้เป็นสิ่งที่ผู้อ่านสังเกตเห็นก่อนจะเริ่มอ่านเนื้อหาด้วยซ้ำ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

หน้าเพจกับบทความใน Blogger ต่างกันยังไง

บทความคือเนื้อหาที่มีวันที่ เรียงตามเวลา ขึ้นหน้าแรก มีป้ายกำกับ และเข้าฟีด ส่วนหน้าเพจคือเนื้อหาที่อยู่นิ่ง ไม่ขึ้นหน้าแรก ไม่มีป้ายกำกับ เหมาะกับข้อมูลที่ไม่เปลี่ยนบ่อยอย่างหน้าเกี่ยวกับเราและหน้าติดต่อ

Blogger สร้างหน้าเพจได้กี่หน้า

สร้างได้สูงสุด 20 หน้าต่อบล็อก ซึ่งเพียงพอสำหรับบล็อกทั่วไปมาก เพราะหน้าพื้นฐานที่จำเป็นจริงมีไม่เกินห้าหกหน้า

บล็อกควรมีหน้าเพจอะไรบ้างก่อนสมัคร AdSense

อย่างน้อยควรมีหน้าเกี่ยวกับเรา หน้าติดต่อ และหน้านโยบายความเป็นส่วนตัว เพราะ AdSense กำหนดให้เว็บต้องมีนโยบายความเป็นส่วนตัวที่บอกเรื่องคุกกี้และการเก็บข้อมูลของผู้ให้บริการโฆษณา ส่วนหน้าเกี่ยวกับเราและติดต่อช่วยเรื่องความน่าเชื่อถือ

หน้าเพจที่สร้างแล้วไม่ขึ้นในเมนู ทำไง

หน้าเพจใน Blogger ไม่ขึ้นเมนูเองอัตโนมัติ ต้องนำ URL ไปผูกกับเมนูเอง ถ้าใช้ธีมจาก BlogKub ให้เพิ่มรายการเมนูประเภทหน้าเพจแล้ววาง URL ลงไป จากนั้น Export ธีมใหม่

ทำไมต้องตั้งชื่อหน้าเป็นภาษาอังกฤษก่อน

เพราะ Blogger สร้าง URL จากชื่อหน้า ณ ตอนเผยแพร่ครั้งแรก โดยใช้เฉพาะตัวอักษรภาษาอังกฤษและตัวเลข ถ้าตั้งชื่อเป็นไทยล้วน ตัวอักษรจะถูกตัดทิ้งจนหมดและระบบจะตั้ง URL สำรองให้เป็น blog-page.html ซึ่งแก้ไม่ได้ วิธีที่ถูกคือตั้งชื่ออังกฤษเช่น about แล้วเผยแพร่ จากนั้นค่อยกลับไปเปลี่ยนชื่อเป็นภาษาไทย URL จะยังเป็น /p/about.html เหมือนเดิม

หน้าเพจกำหนด URL เองได้เหมือนบทความไหม

ไม่ได้ ตอนเขียนบทความจะมีตัวเลือกลิงก์ถาวรให้พิมพ์ URL เองได้ แต่หน้าเพจไม่มีตัวเลือกนี้ ชื่อหน้าจึงเป็นทางเดียวที่ควบคุม URL ได้ และควบคุมได้แค่ครั้งแรกก่อนเผยแพร่เท่านั้น

หน้าเพจถูก Google เก็บดัชนีไหม

ถูกเก็บได้เหมือนหน้าอื่น ถ้าไม่ได้ตั้งค่าห้ามไว้ แต่หน้าเพจมักไม่ใช่หน้าที่ดึงคนเข้าเว็บจากการค้นหา บทบาทหลักของมันคือให้ข้อมูลที่จำเป็นและสร้างความน่าเชื่อถือให้เว็บ


บทความในชุดคู่มือ BlogKub · เนื้อหาและ Schema (HowTo + FAQPage) พร้อมเผยแพร่บน blogkub.com

Menu
หน้าแรก เทมเพลต Builder เอกสาร บล็อก
เข้าสู่ระบบ เริ่มใช้งาน